8/5/55

ตัวอย่างงานที่ Remaster

ผมจะนำผลงานการทำ Remaster มาลงไว้เพื่อให้เพื่อนๆได้ติดตามไปเรื่อยๆนะครับ

การทำ Remaster เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะทำได้ยากมาก สำหรับผลงานการทำงานอย่างมืออาชีพที่จะต้องคำนึถึงหลายเรื่องไปพร้อมๆกัน การ Remaster เสียงไม่ใช่การเน้นเสียงดัีงอย่างที่เป็นกันอยู่ ซึ่งเท่าที่ผมเห็นงานการทำเสียงของหลายๆค่ายมาแล้ว เน้นแต่เสียงที่ดังมากซึ่งจะเป็นผลเสียมากกว่า อีกประเภทหนึ่งก็คือการตัดเสียงรบกวนออกจนทำให้เสียง Original เสียหาย จนไม่สามารถที่แก้ไขกู้เสียงเหล่านั้นกลับมาได้ จำเป็นต้องทนใช้่เสียงที่เสียหายเหล่านั้นไปโดยไม่สามารถทำอะไรให้ดีขึ้นได้เลย

โดยส่วนตัวจะไม่เน้นความดังของเสียงมากเท่าไหร่ แต่จะเน้นที่คุณาพของเสียงที่คมชัด ไม่มีเสียงส่วนเกิน พร้อมทั้งรักษาโครงสร้างของเสียงเดิมไว้ทั้งหมด ไม่สร้างความเสียหายให้กับต้นฉบับ เรื่องจากเสียงต้นฉบับจะมีวลี เสียงร้องที่ถูกต้องและเป็นไปตามธรรมชาติของนกแอ่นเอง พร้อมเพิ่มเติมรายละัเอียดเสียงต่างๆให้ครบถ้วน ในความถี่ที่ถูกต้อง น่าฟัง เร้าใจ นกแอ่น


ตัวอย่างด้านล่างนี้จะเป็นเสียงที่ถูก Modify มาแล้ว ทำเสียงเสียหายมาก เสียงที่แก้แล้วออกมาเสียงแบนๆ ไม่มีมิติเสียง ขาดความคมชัด ผมขอบอกก่อนนะครับ เสียงที่เห็นนี้ผมไม่มีตัว Original เลย แต่ว่าผมได้รับการร้องขอจากเพื่อนต่างประเทศให้ช่วยทำ Remaster ให้เค้าหน่อย เพราะว่าเป็นเสียงที่ดีมากเสียงหนึ่ง แต่ว่าเค้าไม่สามารถหาคนแก้ไขคุณภาพเสียงให้ได้ ซึ่งเพื่อนผมคนนี้ก็ไม่มีตัวต้นฉบับเช่นกัน มีแต่เสียงที่แก้ไขมาแล้ว และเป็นการ Modify เสียงด้วยขาดความรู้ที่ถูกต้อง คุณภาพเสียงก็เป็นอย่างที่เห็นครับ เดียวชัดบ้างไม่ชัดบ้าง ดังเบาไม่เท่ากัน เรียกได้ว่าน่าปวดหัวมากแม้กระทั้งตัวผมเองก็ตาม

เราลองมาฟังเสียงดูนะครับ

เสียงแรกนี้เป็นเสียงตัวที่ได้รับมา ผ่านการ Modify มาแล้ว



Download ที่  :   http://www.4shared.com/mp3/8bprKFaK/Destorted_Datok.html

เนื่องจากว่าฟังเสียงแล้ว สามารถจับได้ว่า เสียงนกชุดนี้เป็นการตัดมาจากหลาย CD อย่างน้อย 3 CD ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีช่วงเสียงแตกต่างกัน บางเสียงจะออกมาแบนๆ บางเสียงก็จะดังโดดเด้งขึ้นมาเลย บางเสียงก็จะไม่คมชัด ซึ่งจะเป็นอย่างนี้ตลอดความยาวเสียงเลย 60 นาที กาีรแก้เสียงตลอดความยาว 60 นาทีนี้เป็นเรื่องไม่สนุกเลยครับ เรียกว่าสาหัสจริงๆๆ


ทีนี้เรามาฟังเสียงที่ Remaster กันเลย





ส่ีวนอันนี้เป็นที่ผม Remaster ใหม่ ซึ่งทำให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้มากพอประมาณ แต่ว่าทั้งหมดทั้งมวลท่านต้องเข้าใจว่าเสียงที่ได้รับมานั้นเป็นคุณภาพไม่ดีเลย ผ่านการ Modify โดยไม่มีความรู้เป็นอย่างมากๆ ซึ่งได้สร้างความเสียหายไว้กับเสียงนี้แล้ว  แต่ว่าผมสามารถแก้ไขให้ดีขึ้นมาได้เป็นที่น่าพอใจเพียงในระดับหนึ่งเท่านั้นเอง ไม่สามารถแก้ไขให้ดีกว่านี้ได้แล้ว หากว่าผมมีเสียงที่เป็น Original คุณภาพเสียงที่ได้รับการ Remaster แล้วคงจะดีกว่านี้มาก แต่ว่าผมเองก็ไม่สามารถหา เสียง Original ที่เป็นเสียงดังเดิมของเสียงนี้ได้ ผลที่ได้ก็ตามเหตุ ตามปัจจัย อ้อลืมบอกไปครับว่า เสียงตอนต้นที่เอามานำเสนอไว้นี้ เละสุดๆ (หมายถึงผม Remaster ได้ยังไม่ดีเท่าไหร่ แต่ส่วนหลังหลังจะดีกว่านี้มาก)

ปล.-ข่าวล่าสุด เจ้าของเสียงที่อยู่ต่างประเทศส่ง Email ตอบมาบอกว่าเค้าดีใจมาก เสียงดีกว่าที่เค้าคิดไว้เพราะไม่เคยคิดว่าจะทำได้ดีมากมายขนาดนี้  ก็ว่าไปเสียขนาดนั้นเลย  55555



วันหลังจะนำตัวอย่างใหม่มาเพิ่มเติมต่อท้ายให้เป็นระยะๆๆ ในบทความเดิมนี้  ท่านที่สนใจการทำงานของผมกรุณาพยายามติดตามหัวบทความนี้ไปเรื่อยๆนะครับ

                                                                                           Vuthmail - Thailand
                                                                                                    08.05.55

5/5/55

เสียง Download ฟรี ดีหรือไม่ดีอย่างไร อ่านตรงนี้ก่อนครับ

       ช่วงนี้หายไปนานเลย เนื่องจากกำลังยุ่งอยู่กับการ Remaster เสียงใหม่ที่ผมได้มาจากต่างประเทศ  ผมจึงเร่งที่จะทำ Remaster เพื่อให้เสร็จทันหน้าฝนที่จะถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ซึ่งรับรองได้ว่าเป็นเสียงที่ไม่ได้ไปเที่ยว Download จาก Web ต่างๆมาอย่างแน่นอน พร้อมทั้งไม่ใช่เสียงที่หลายท่านเคยส่งมาให้ผมทำการ Remaster ซึ่งเสียงเหล่านี้ผมต้องหาจากต่างประเทศอย่างเดียวเท่านั้น และควรจะต้องมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ในคราวนี้ผมได้เสียงจากเวียดนามมา 2 เสียง และเสียงจากมาเลย์ บวกกับ อินโด อีกร่วม 120 เสียง ซึ่งตอนกำลังอยู่ในขั้นตอนการกลั่นกรอง หาเสียงที่ดีๆเก็บไว้ใช้ต่อใป และ เป็นงานที่หนักมากสำหรับการทำ Remaster เสียงเพราะว่าเสียง แต่ละแผ่นแต่ละเสียงจะมีเอกลักษณะเฉพาะตัวของเค้าที่ซ่อนอยู่ที่จะต้องทำการแก้ไข ปรับแต่ง แตกต่างกัน ง่ายบ้าง ยากบ้าง ในบางครั้งทำการ Remaster แล้วออกมาไม่สู้จะดีได้ดังใจที่คิดไว้ ผมจะต้องทิ้งไปก่อน แล้วค่อยตั้งสติใหม่ วางแนวทางใหม่แล้วจึงค่อยกลับมา Remaster ใหม่ให้ดีขึ้น ผมจึงบอกว่าแหล่งที่ของเสียงมีความสำคัญมาก

       เมื่อพูดถึงแหล่งที่มาของเสียง เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน ผมมีเรื่องมาเล่าให้ฟังครับ มีบางคนบางท่าน ต้องการที่จะรู้ว่าการทำ Remaster นั้นมันมีข้อดีอย่างไร  ผมจะมึความสามารถ มีฝีมือที่จะทำ Remaster มากน้อยขนาดไหนยังไม่เคยรู้ ไม่เคยลอง หรืออาจจะเป็นเพราะว่าผมทำให้ฟรีหรือปล่าวก็ไม่รู้นะ 555 ผมจึงได้รับเสียงมาหลายเสียง มาจากหลากหลายท่าน เพื่อให้ผมทำ Remaster เสียงเหล่านั้นให้เพื่อนำกลับทดลองใช้ดู  หรือเพื่อให้ทราบผลลัทธ์ ได้ประสบการณ์ตรงของจริงจากเสียงที่ Remaster เปรียบเทียบกับเสียงเดิมๆ เนื่องจากการทำ Remaster เสียงนกเป็นเรื่องใหม่สำหรับบางคน บางท่าน และเป็นเรื่องใหม่ที่น่าทดลองอีกด้วย

      เมื่อผมส่งเสียงที่ Remster เหล่านั้นกลับไปเพื่อให้เปิดเปรียบเทียบทดสอบดู มีหลายคนหลายท่านถึงกับต้องโทรกลับมาสอบถามว่าเป็นเสียงเดิม Remaster หรือ เอาเสียงใหม่มาให้ ทำไมคุณภาพเสียงจึงได้ต่างไปจากเดิมมาก  เมื่อเปิดเรียกนกก็ได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น ได้ผลลัทธ์ ได้นกมากชึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะคุณภาพเสียงต่างไปกว่าเดิม ดีขึ้นมากจนเป็นที่น่าแปลกใจ เรียกนกก็ได้มากขึ้นกว่าเดิม บางคนบางท่านอ่านมาถึงตรงนี้ เกิดความสงสัย หรือ คิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ ไม่อยากให้ค่า ไม่อยากให้ราคา ซึ่งผมว่าเป็นเรื่องปกติครับ ผมน้อมรับในความคิดเหล่านั้นโดยดุษฎี  แต่สำหรับคนที่ได้รับเสียง Remaster ไปใช้แล้ว ท่านเหล่านั้นคงไม่มีข้อสงสัยในสิ่งที่ผมได้กล่าวไว้ในเบื้องต้น เพราะว่าท่านเหล่านั้นมีประสบการณ์ตรงที่หลายคนไม่มีโอกาส เพราะว่าเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างออกไป  ท่านเหล่านั้นทราบเอง เห็นเอง เป็นพยานให้กับตนเองได้ แค่นั้นผมก็ภูมิใจแล้วครับ  ผมไม่ได้พูดเกินจริง หลายคนหลายท่านที่เคยส่งเสียงมาให้ผม Remaster คงทราบดีด้วยตัวท่านเองเป็นอย่างดีครับ

      แหมๆๆ ผมนอกเรื่องไปเสียนาน จริงๆแล้วสิ่งที่ผมกำลังจะพูดถึงก็คือ แหล่งที่มาของเสียงนั้นเป็นสื่งที่ต้องให้ความสนใจมากพอสมควร เนื่องจากว่าในบรรดาของเสียงที่ผมได้รับมาเพื่อทำ Remaster นั้นในบางครั้งในบางทีผมก็จะได้รับเสียงประเภทที่เปิดให้ Download ฟรี (ส่วนใหญ่เป็น Web ต่างประเทศ) ที่ส่งมาเพื่อให้ผม เพื่อทำการ Remaster ให้ใหม่

      ในวันนี้ผมจะขอแสดงความคิดความเห็นแหล่งเสียงที่ได้มาจาก Internet โดยเฉพาะกลุ่ม Download ฟรี เนื่องจากว่าผมทำ Remaster เสียงเองมาโดยตลอดและเคยผ่านงานในด้านการทำ  Remaster มาอย่างโชกโชน และบางครั้งก็จะเสียงประเทที่เปิดให้ Download ฟรีมาหลายครั้งเหมือนกัน โดยมาจากหลายแหล่ง จากหลายท่าน หลาย Web ตามที่ได้กล่าวไว้ในเบื้องต้น ซึ่งโดยส่วนตัวเองนั้นก็ไม่ค่อยจะชอบใช้ ไม่ชอบสะสมเสียงประเภทที่ให้ Donwland ฟรีๆๆเท่าไหร่ครับ  ซึ่งจากประสบการณ์ตรงที่ทำการ Remaster เสียงมันบอกผมว่าเสียงประเภท Download ฟรีนั้นส่วนมากจะเป็นเสียงที่มีปัญหามาก

      จากความรู้และประสบการณ์เรื่องเสียงหลายปี ทำ Remaster เสียงมามาก มีความรู้เรื่องของเสียงมากพอประมาณ ผมจึงใคร่ขอเสนอข้อคิดเห็น (แบบส่วนตัวๆ) ซึ่งเคยมีประสบการณ์เรื่องเสียงที่เปิดให้ Download ฟรีไว้เป็นข้อๆดังต่อไปนี้คือ

      1.- เสียงที่เปิด Download ฟรีเหล่านั้น มากกว่า 90% จะมีคนส่วนใหญ่นำเอาเสียงเหล่านี้ไปใช้แล้ว หรือมีการนำมาเปิดกันมากมายแล้ว (เนื่องจากว่าเป็นของฟรี)  นกแอ่นส่วนใหญ่เคยได้ยิน เคยได้ผ่านหูมามากแล้ว  ซึ่งเสียง Download ฟรีนั้น ใครๆก็มีกันได้ ไม่ต้องลงทุนอะไร ท่อง Web นิดเดียวก็เห็นกันเกล่อแล้ว และส่วนมากก็เป็นเสียงที่นกเคยได้ยินมาก่อนหน้าที่ท่านจะนำมาเปิดแล้วทั้งนั้น  เสียงที่นกประเภทนี้นกแอ่นได้ยินกันบ่อยมาก นกจะบินไปที่ไหนก็จะได้ยินเสียงเหล่านี้ ได้ยินจากหลายที่หลายหลายแห่ง ได้ยินจนหมดความน่าสนใจ ชาชินแล้ว ได้ยินวันละหลายๆครั้ง ได้ยินตลอดทั้งวัน ได้ยินจากบ้านนกหลายๆหลัง  ดังนั้นผลสรุปก็คือ นกแอ่นมีความสนใจกับเสียงประเภทนี้น้อยมาก  ซึ่งตัวผมเองคิดว่าหลายๆท่านที่เคยใช้เสียงประเภท Download ฟรีนี้ คงทราบถึงผลลัทธ์ตามที่ผมได้กล่าวไว้ในเบื้องต้น ด้วยตัวท่านเองเป็นอย่างดีแล้ว 

      2.-เสียงที่เปิดให้ Download ฟรีเหล่านั้นโดยเฉพาะเสียงที่ได้มาจาก Web ต่างประเทศ อาจจะเรียกว่าเสียงส่วนใหญ่เป็นเสียงที่โดนวางยามาแล้วทั้งนั้น ตัวอย่างเสียงเหล่านั้นจะพบว่า มีเสียง Hiss แรงๆ , เสียงกระแสไฟรั่วเข้าระบบ หรือ เสียงที่มีเสียงแทรก เสียงรบกวนต่างๆ ซ่อนและฝังตัวอยู่เสียงนกที่ Donwload มาในปริมาณมาก ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้จึงทำให้ผมเรียกเสียงเหล่านี้ว่าเป็นประเภท "เสียงที่โดนวางยา"
         ซึ่งใครจะไปรู้ว่าเสียง Download ฟรีเหล่านี้ จะก่อให้เกิดปัญหาอะไรบ้างหรือไม่? อย่างไร? ผมจึงขอเรียนให้ท่านได้ทวบทวน ไตร่ตรองดูสักนิด ก่อนที่จะตัดสินใจเพิ่มความเสี่ยงให้กับบ้านนกของท่านโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

      3.-เสียงดี เสียงใสๆ ที่เปิดให้ Download ฟรี ก็มีครับ แต่ว่าเป็นแค่เสียงตัวอย่างที่ทำออกมาเพื่อให้ได้คนทั่วๆไปได้ทดลองเปิดฟัง เพื่อใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจ เค้าทำอออกมาเป็นตัวอย่างเพื่อให้ได้ยินเสียงแปลกๆ ที่แตกต่าง ตัวอย่างเช่นเสียงคลิก วลีเสียงในการร้อง ช่วงจังหวะการร้องที่แตกต่าง เท่านั้น ซึ่งเสียงดีที่มีคุณภาพ เค้าคงไม่ปล่อยออกมาแบบให้เปล่ากันแบบ หมดไส้หมดพุงหรอกครับ ดังนั้นส่วนมากเสียงที่เปิดให้ Download ฟรีแต่เป็นเสียงคุณภาพดีส่วนมากจะเป็นช่วงเสียงสั้นๆทั้งนั้น  จึงทำให้ขาดความสมบรูณ์ของวลีเสียง ขาดความสมบรูณ์ในช่วงจังหวะการร้อง และผมขอแนะนำหลายๆท่านว่า อย่าเอาเสียงเหล่านั้นมารวมกันนะครับ เพราะว่าผลที่ออกมาจะเละ เนื่องจากมันจะกลายเป็นเสียงที่ขาดความสมบรูณ์ มันคนละ Mood คนละอารมณ์ แต่นำเอามารวมกัน เสียงที่ได้ออกมานั้นเดี่ยวมันจะทำให้เสียเรื่องไปซะปล่าวๆๆ

      ส่วนคราวหน้าผมจะขอกล่าวถึงแหล่งที่มาของเสียงประเภทอื่นๆ ตามเวลาที่จะอำนวย จะขอตัวกลับไปเร่ง Remaster เสียงใหม่ มีตั้งเป็น 120 เสียงให้ลุล่วงได้มากกว่านี้อีกเสียหน่อยก่อนครับ


พอดีผมกำลัง Remaster เสียงนี้อยู่ ก็เลยหยิบขึ้นมาเป็นตัวอย่างให้ได้ทดลองฟังกันครับ


   

         
                             
Download  :  http://www.4shared.com/mp3/lcMnCUps/Seluwang_04_Knocking.html



เสียงที่เห็นนี้เป็นเสียงที่มีเสียงตึ๊กตั๊ก แทรกอยู่ระหว่างกลางเสียงนก จำนวน 3 ครั้ง ดังค่อยแตกต่างกันไป ซึ่งเป็นเสียงนี้ที่พบได้บ่อย การแก้ไขสำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์ในการทำ Remaster มากอย่างเพียงพอ การแก้ไขจะทำได้ยากลำบากมาก จนครั้ง บางคนบางท่านคิดว่าไม่สามารถจะทำการแก้ไขได้ เรามาทดลองฟังดูก่อนนะครับ



ส่วนด้านล่างนี้คือส่วนที่แก้ไขแล้ว เอาเสียงตึ๊กตั๊กออกเรียบร้อย โดยที่ไม่ทำให้เสียงเดิมเสียหาย ไม่ทำให้เสียงเพี้ยน หากว่าดูจากเส้นเสียงความสูงของเส้นจะเห็นได้ว่าเสียงในตัวเดิมจะมีเส้นเสียงที่สูงกว่าเสียงที่ทำ Remaster แล้ว ดูจากแนวเส้นสีขาวตามตลอดความยาวเสียงเป็นเกณฑ์นะครับ  ความดังของเส้นเสียงที่ทำ Remaster แล้วจะสั้นกว่า แต่คุณภาพเสียงคมกว่าของเดิม และเสียงตึ๊กตั๊ก 3 ครั้งที่ว่าไม่มีเหลืออยู่เลยครับ  ทดลองฟังดูนะครับ

            
        


 Download  :   http://www.4shared.com/mp3/IDUHTdQM/Seluwang_04_Knock_Remaster.html

หากว่าใครคิดว่าอยากจะทดสอบดูก็สามารถ Download เสียงทั้ง 2 ตัวนี้แล้ว นำเอาไปเปิดด้วยโปรแกรมที่ท่านใช้อยู่ เปรียบเทียบหาข้อแตกต่างดู จากเวลาของทั้ง 2 เสียง ดูจากจำนวนคลื่นก็ได้ครับ ครบทุกคลื่น ซึ่งเรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องของความรู้เฉพาะด้าน ประสบการณ์ที่สั่งสมมาหลายปี จึงจะสามารถทำอย่างที่เห็นกันอยู่นี้ได้ โดยที่วลีของเสียงอยู่ครบถ้วน ช่วงจังหวะการร้อง ไม่ทำให้เสียงเดิมได้รับความเสียหายและคุณภาพเสียงดีขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็เป็นเรื่องที่สามารถทำได้

บทความต่อๆไปจะนำตัวอย่างการทำ Remaster มาลงให้ดูเป็นระยะๆไป ตามแต่โอกาสจะอำนวย

                                                                                               Vuthmail-Thailand
                                                                                                         5.5.55
                                                                                     เป็นวันที่ ซึ่งมีแต่เลข 5 หมดเลย

5/3/55

การเดินสายไฟ สำหรับ Digital Timer

เพื่อสนองตอบกับแนวทาง DIY  ( Do It Yourself ) ซึ่งเป็นแนวทางของผม และ ผมอยากจะให้ท่านๆที่ติดตามอ่าน Blog ของผมสามารถที่จะพึ่งตัวเองได้ ตามแนวทาง DIY เช่นกัน เมื่อท่านเข้าใจสามารถทำสิ่งต่างๆได้เองแล้ว ท่านพร้อมที่จะขยายความเข้าใจจากสิ่งที่ได้ลงมือทำเหล่านั้นไปสู่งานในลักษณะอื่นๆในเชิงลึกได้ด้วยตัวเอง และความรู้ความเข้าใจที่เกิดจากการลงมือทำเองนี้แหละจะนำเปิดโลกทัศน์มุมมองต่างๆให้ตัวท่าน และยังสามารถนำความรู้ความเข้าใจที่เกิดจากการลงมือทำไปถ่ายทอดสู่คนอื่นๆได้อีกจำนวนมาก

ความรู้ความเข้าใจที่เกิดจากการลงมือทำด้วยตัวเองเหล่านี้ เมื่อท่านได้ลงมือทำสัก 1-2 ครั้ง จะทำให้ท่านจำได้ไม่ลืม หรือ ลืมยาก พร้อมทั้งมีความมั่นใจในตัวเองที่จะเดินไปด้วยความมั่นใจเต็มร้อย เพราะได้ลงมือทำเอง เห็นเอง ได้ผลเอง ตามสิ่งที่ได้ลงมือทำนั้นเองครับ

วันนี้ผมได้ทำ Diagrame การเดินสายไฟต่างๆ ที่ใช้กับ Digital Timer มาลงไว้ให้เป็นแนวทางสำหรับเพื่อนๆที่กำลังสนใจหาความรู้เรื่องการเดินสายไฟในแบบ 1 ChangeOver หรือแบบ NO NC  ซึ่งทั้ง 2 คำนี้มีความเหมือนกัน ก็คือการเป็นสะพานไฟให้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ณ.ขณะเวลาใดขณะหนึ่ง เพียง 1 เดียว ดังนั้นจึงไม่เกิดการชนกันของ Timer ซึ่งระบบนี้จะเหมาะสมกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จะต้องสลับกันทำงานในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ไม่ทำงานพร้อมๆกัน และเหมาะสมกับการทำงานตลอด 24 ชั่วโมงมากๆๆ

หากว่าท่านใด ดู Diagram แล้วไม่เข้าใจโทรมาคุยกันได้นะครับ



เนื่องจากช่อง 4 จะรับไฟจาก L ดังนั้นตัว ChangeOver จะมีไฟ เมื่อตัว ChangeOver จากช่อง 4 ไปแตะเข้ากับช่องใด ช่องนั้นก็จะมีไฟวิ่งไปที่ปลั๊ก ซึ่งอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆที่เสียบอยู่ที่ปลั๊กก็จะทำงาน  แต่ในขณะที่อีกช่องจะไม่มีไฟไปเลี้ยงดังนั้นอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆที่เสียบอยู่ที่ปลั๊กก็จะไม่สามารถทำงานได้

สะพานไฟ หรือตัว ChangOver ในช่อง 4 โดยปกติจะสัมพัสกับช่อง 3 ตลอดเวลา หากว่า Timer ไม่มีการตั้งเวลา หรือ Timer Off  อยู่ ดังนั้นโดยสถานะปกติจะมีไฟวิ่งที่ช่อง 3 ตลอดเวลาตลอด 24 ชั่วโมง ( หรือเรียกว่าแบบ NC - Normally Close ) แต่ว่าเมื่อใดที่ Timer ทำงานตามเวลาที่ตั้งไว้ตัว ChangeOver ใน Digital Timer จะดีดไปที่ช่อง 5 ซึ่งจะทำให้มีไฟวิ่งไปที่ช่อง 5 พร้อมทั้งทำให้อุปกรณ์ต่างๆที่ช่อง 5 สามารถทำงานได้ และในขณะเดียวกันอุปกรณ์ไฟฟ้าในช่องที่ 3 ก็จะไม่ทำงาน  เนื่องจากสะพานไฟไปสัมผัสกับช่อง 5 อยู่ ( สะพานไฟไม่เชื่อมกับช่อง 3-ภาษาช่างเรียกกันว่า ไฟจากกัน )  และเมื่อถึงเวลาที่ตั้งเวลาปิด Timer แล้ว สะพานไฟก็จะเข้าไปสัมผัสกับช่อง 3 เหมือนเดิม ทำให้มีไฟวิ่งไปช่อง 3 อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆที่เสียบอยู่กับช่อง 3 ก็จะกลับมาทำงานอีกครั้ง



เมื่อถึงเวลาที่ตั้งให้ Timer เปิดอีกในรอบหน้า ไฟก็จะกลับไปวิ่งเข้าในช่อง 5 สลับหมุนเวียนเปลี่ยนกันทำงานตลอดเวลา เดี๋ยวไปช่อง 3 เดี๋ยวไปช่อง 5 แล้วก็วนกลับมาที่ช่อง 3 อย่างนี้เป็นวัฎจักรหมุนวนสลับกันทำงาน สลับกันเปิดปิด  ซึ่งทั้งหมดที่ผมได้กล่าวมานี้หวังใจว่าท่านจะสามารถทำไปทำเองได้ นำไปใช้งานได้อย่างถูกต้อง ไม่ผิดพลาด หากว่าท่านดู Diagram ที่ผมทำไว้อย่างละเอียด ทำไว้อย่างดีนี้ จะช่วยให้เข้าใจได้โดยง่าย ไม่ยุ่งยากแต่อย่างไร ทำเองได้ ทำเอง เห็นเอง รู้ด้วยตัวเอง สนุกและได้ความรู้

หากว่าท่านใดสนใจตัว Digital Timer รุ่นนี้ยังพอมีเหลืออยู่  หากว่าร้านค้าหรือเพื่อนๆที่ขายสินค้าเกี่ยวกับบ้านนกอยู่ต้องการ Digital Timer รุ่นนี้ไปประกอบขาย ก็ติดต่อผมได้ เพื่อให้เพื่อนๆที่เขียน Blog อยู่จะมีแรงมีกำลังใจที่จะช่วยกันถ่ายทอดความรู้ให้เพื่อนๆหลายๆคนที่ติดตามอ่าน Blog อยู่จะได้มีบทความที่เป็นความรู้ใหม่ และเป็นประโยชน์อ่านกันไปโดยตลอด เพราะการเขียน Blog หรือการให้ความรู้เป็นวิทยาทานนั้นก็มีค่าใช้จ่าย ที่หลายๆคนหลายๆท่านไม่เคยทราบมาก่อน เพราะต้องมีต้นทุน ต้องสั่งของเข้ามาเพื่อทำการทดลอง ศึกษาทำความเข้าใจในเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ และนำความรู้ที่ได้ไปเผยแพร่ความรู้ต่างๆให้กับหลายๆคนได้มีความรู้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนับสนุนมาก ผมยินดีเป็นพันธมิตรให้กับเพื่อนที่เขียน Blog อยู่

สำหรับเพื่อนๆที่ชอบการทดลองโน้น ทดลองนี้ ต่ออุปกรณ์ต่างๆ ชอบทำสิ่งต่างๆด้วยตัวเองเหมือนกันกับผมก็โทรเข้ามาพูดคุยกันได้เช่นเคยครับ ผลพลอยได้จากการลงมือทำเองก็คือ ประหยัด เงินในกระเป๋าครับผม Digital Timer ตัวนี้สามารถต่อประกอบเองได้ ต่อได้ง่ายๆ อย่ามัวรอรีอยู่เลยครับ เพราะของเริ่มงวดลงทุกที่แล้ว ต้องรีบกันหน่อยครับ ผมไม่อยากให้เพื่อนๆเสียโอกาสได้ใช้ของดี คุณภาพยุโรป ที่สำคัญราคาถูกมากๆๆ ไว้ใช้

                                                                                            Vuthmail-Thailand
                                                                                                    05.03.55

4/3/55

การติดตั้ง Digital Timer ลงในตู้ Control

ผมตอบคำถามเกี่ยวกับการติดตั้ง Digital Timer ลงในกล่อง Control หลายครั้งมาก จนรู้สึกว่าผมจะต้องออกเป็นบทความเลยดีกว่า เนื่องจากว่าจะเห็นภาพได้อย่างชัดเจน ในหลากหลายมุมมอง

เนื่องจาก Digital Timer รุ่นนี้ออกแบบให้สามารถติดตั้งในตู้ Control ได้แบบ DIN Rail ซึ่ง DIN Rail นี้จะเป็นรางอลูมิเนียมนั้นเอง การติดตั้งสามารถทำได้เองอย่างง่ายได้ และใช้ติดตั้งร่วมกับอุปกรณ์ต่างๆอีกหลายชนิดหลายอย่างที่ประกอบลงในตู้ Control

หากว่าไม่มีภาพ กรุณาเข้าชมตาม Link ด้านล่าง 
http://www.youtube.com/watch?v=1Ko5u85x2uY     Click เพื่อเข้าชม








รูปร่างหน้าตาของ รางอลูมิเนียมเหมือนกับที่ปรากฎอยู่ในรูปด้านล่าง




 
การติดตั้งรางที่ถูกต้อง  ให้ดูจากรูปด้านล่าง
ผมถ่ายเป็น VDO Clip เสร็จแล้ว แต่ติดปัญหาที่ว่า Upload ยังไม่สำเร็จ พรุ่งหน้าคงจะลงใน Youtube ได้ ซึ่งหากว่าดูจากรูปไม่เข้าใจ อดใจรอดูใน Clip นะครับ ซึ่งได้แสดงการติดตั้งอย่างละเอียดทุกมุมเลยครับ





                           Vuthmail-Thailand
                                                                                           05.03.55


                   

10/2/55

Digital Timer คร๊าบบบบบบบบ

ผมขอลงรูปไว้ก่อนนะ เดี่ยวว่างหน่อยค่อยมา Update ครับ

จากรูปที่เห็นเป็น Digital Timer ที่ผมรับมาสดๆครับ เป็นสินค้านำเข้าและเป็นสินค้าที่ส่งเข้าไปทางยุโรป  Timer ตัวนี้ได้ผ่านการรับรองมาตราฐาน CE  ซึ่งพอที่จะทำให้ผู้ใช้มีความสบายใจได้ในเรื่องคุณภาพสินค้าได้มากพอประมาณ

อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วนะครับ ในเรื่องคุณสมบัตของ Digital Timer ตัวนี้  จะเป็น Timer ที่สามารถเปิดปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆอย่างถูกต้องแม่นยำ สามารถเปิดปิดสลับกันตลอด 24 ชม. ซึ่งเหมาะสมกับการใช้เพื่อเปิดปิดทั้งเสียงภายใน และเสียงภายนอกที่ใช้แบบ Amp จำนวน 2 ตัวทำงานสลับกัน


บางท่านสงสัยว่าทำใมถึงใช้กับเสียงภายนอกได้ จริงๆแล้วสามารถใช้ได้ครับ โดยเฉพาะสำหรับระบบที่ใช้ Amp 2 ตัวที่ทำงานสลับกันนี้  ผมสังเกตุพบว่าจะมีหลายท่านหลายคน จะใช้เสียงเดียวกันทั้ง 2 ตัว เปิดสลับกัน ซึ่งโดยส่วนตัวมีข้อเสนอแนะหากว่าให้ใช้ระบบ Amp 2 ตัวเปิดเสียงสลับกัน ข้อเสนอของผมก็คือให้ใช้เสียงดีๆซัก 2 เสียงที่แตกต่างกันแยกใส่ใน Amp แต่ละตัวและเปิดสลับกันด้วย Timer ตัวนี้ ซึ่งการทำเช่นนี้จะสามารถสร้างความสนใจให้กับนกแอ่นได้เป็นอย่างดีเลยครับ  ความสามารถของ Digital Timer ตัวนี้จะเปิดปิด Amp สลับกันตามโปรแกรมที่ตั้งไว้ได้อย่างถูกต้อง

ซึ่ง Analog Timer ที่ใช้ในบ้านนกโดยส่วนมากจะไม่สามารถควบคุมให้ทำงานในลักษณะอย่างนี้ได้

ถึงแม้ว่าจะทำได้....แต่ก็ต้องใช้ Analog Timer 2 ตัวทำงานแยกกันขาดจากกัน จึงเพิ่มความซับซ้อนและทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้น...อย่างแน่นอน ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากค่าความเพี้ยนของ Timer ของแต่ละตัวจะมีมากมีน้อยไม่เท่ากัน บางตัวเดินเร็ว บางตัวเดินช้า ผลสุดท้ายก็คือ เหตุการณ์ที่ Timer ทั้ง 2 ตัวจะเปิดพร้อมๆ เปิดชนกัน และสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นกับ Amp ทั้ง 2 ตัวในที่สุด

แนวทางแก้ไขนั้นสามารถทำได้ ดังต่อไปนี้คือ

 1.-ใช้เทคนิคการเหลื่อมเวลา โดยการตั้งเวลาเปิดและปิดของ Timer แต่ละตัวให้ห่างกันประมาณ 5 นาทีบ้าง 10 นาทีบ้าง แต่ท่านเชื่อหรือไม่ครับ เผลอแป็บเดียว 1-2 เดือนหากว่าท่านไม่เข้าไปตรวจสอบ ไม่ได้เข้าไปปรับแก้เวลาให้ตรงกัน ปัญหาเรื่อง Timer 2 เปิดชนกันก็จะตามมาในที่สุด ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาได้ไม่จบ แต่ว่าต้องคอยแก้ปัญหานี้อยู่เรื่อยๆ เสียค่าใช้จ่ายในซ่อม Amp ราคาแพงหลายต่อหลายครั้ง คิดๆดูแล้วอาจจะมากกว่าเงินค่าตัวของ Digital Timer เสียอีก

 2.-ทางแก้ที่สอง ก็คือหมั่นเข้าไปตรวจเช็คบ่อยๆ ต้องขัยน มั่นเข้าไปตรวจสอบตั้งเวลาให้ตรงกัน ซึ่งหลายต่อหลายคนคิดว่าเป็นเรื่องง่ายๆ ผมว่าคิดได้ครับ  แต่ว่าทำได้ยาก โดยส่วนมากจะทำได้บ้างไม่ได้บ้าง ซึ่งตัวผมเองก็เคยประสบปัญหาเรื่องนี้มาเช่นกัน แต่เมื่อผมเจอ Digital Timer ตัวนี้  ซึ่งตัวเค้าเองมีข้อดีหลากหลายอย่าง --- จึงเป็นที่มาให้ผมตัดสินใจโยน Timer เก่าทิ้งทั้งหมด  แล้วเปลี่ยนมาใช้ Digital Timer รุ่นนี้แทนทั้งหมดเช่นกัน
      ซึ่งผมรับรองหลายๆท่านจะชอบ Digital Timer รุ่นนี้เฉกเช่นเดียวกันกับผม และปัญหายุ่งยากหลายๆอย่างจะหมดไป รวมทั้งปัญหาเรื่อง Amp ทั้ง 2 ตัวทำงานชนกันก็จะหมดไป 100% อย่างแน่นอน Confirm เลยครับ





 

       ข้อดีอีกอย่างของการใช้ Digital Timer รุ่นนี้ก็คือ ท่านสามารถลดการใช้ Timer แบบเดิมได้ 1 ตัว (ซึ่งเดิมทีจะต้องใช้ Analog Timer 2 ตัว แยกกันควบคุมการเปิด-ปิด) หากว่าท่านใช้ Digital Timer รุ่นนี้ท่านจะใช้ Timer เพียงแค่ 1 ตัว ประหยัดเงินไปมาก  อีกทั้งช่วยลดความผิดพลาดจากการตั้งโปรแกรมเวลาที่จะเปิดหรือปิด หากว่าเป็นระบบเก่าท่านจะต้องตั้งโปรแกรมการทำงานทั้ง 2 ตัวให้สอดคล้องกัน รวมทั้งอาจจะต้องเพิ่มการเหลื่อมเวลาให้กับ Analog Timer ประมาณ 5 นาที 10 นาที ทุกครั้งของการตั้งเวลา ซึ่งดูๆแล้วไม่ได้ยุ่งยากอะไร ไม่มีอะไรซับซ้อน  แต่ในข้อเท็จจริงแล้วเป็นเรื่องที่จะน่าปวดหัวมากสำหรับการตั้งเวลาให้กับ Timer แบบเก่าทั้ง 2 ตัวและต้องจด คอยตรวจสอบการตั้งเวลาของ Timer ทั้ง 2 ตัวอย่างละเอียด และจะต้องตรวจให้ครบทุกโปรแกรมที่ได้ตั้งเวลาเอาไว้
      แต่ Digital Timer รุ่นนี้จะสามารถช่วยลดความซับซ้อนของการตั้งเวลาได้มาก เพราะว่าท่านเพียงแต่ตั้งเวลาเปิด-ปิดของ Amp ตัวใดตัวหนึ่งเท่านั้นก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องตั้งทั้ง 2 ตัว จึงใช้เวลาในการตั้งน้อย พร้อมทั้งไม่ต้องเพิ่มระยะการเหลื่อมเวลา  ผมมีตัวอย่างเปรียบเที่ยบการตั้งเวลาของ Digital Timer กับ Analog Timer ซึ่งจะต้องมีการเหลื่อมเวลาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

สมมุติว่าให้เปิดทำงานครั้งละ 2 ชั่วโมง การตั้งเวลาของ Analoge Timer กับ Digital Timer จะเป็นดังนี้

              Analog-1             Analog-2               Digital Timer จะตั้งค่าจากตัวใดตัวหนึ่งเท่านั้น
              เปิด       ปิด        เปิด        ปิด                   เปิด       ปิด        ส่วนที่ไม่ต้องตั้งเวลา
1.-        00.00 - 02.00      02.10 - 04.10                00.00 - 02.00           02.00 - 04.00
2.-        04.20 - 06.20      06.30 - 08.30                04.00 - 06.00           06.00 - 08.00
3.-        08.40 - 10.40      10.50 - 12.50                08.00 - 10.00           10.00 - 12.00
4.-        13.00 - 15.00      15.10 - 17.10                12.00 - 14.00           14.00 - 16.00
5.-        17.20 - 19.20      19.30 - 21.30                16.00 - 18.00           18.00 - 20.00
6.-        21.40 - 23.40       23.50 - 00.00               20.00 - 22.00           22.00 - 00.00

      สรุป หากว่าเป็น Analog Timer จะต้องตั้งเวลาถึง 12 ครั้ง บวกกับเพิ่มค่าการเหลื่อมเวลาอีก 10 นาที ทุกครั้งของการเปิด-ปิด ช่วงการเหลื่อมเวลา จะทำให้ตารางเวลาเลื่อนออกไปและไม่มีเสียงที่เลี้ยงภายในตึกซึ่งรวมๆแล้วเท่ากับ 120 นาที หรือเท่ากับ 2 ชั่วโมงๆ ที่นกแอ่นจะต้องความกระวนกระวายกับการที่ไม่มีเสียงเลี้ยงภายในตึก  สุดท้ายเราจะมางงกับการตั้งเวลาตัวสุดท้ายที่ Analog Timer-2 ซึ่งจะเปิดได้ไม่ครบ 2 ชั่วงแต่จะเปิดเสียงเพียงแค่ 10 นาที แล้วก็ต้องปิดไป  ( ดู ส่วนที่ Highlight สีเหลือง)  สาเหตุเพราะการเหลื่อมเวลาในการตั้งโปรแกรมนั้นเองครับ

      คราวนี้เรามาดูส่วนการตั้งเวลาของ Digital Timer รุ่นนี้ จะใช้การตั้งเวลาเพียง 6 ครั้งเท่านั้น (ส่วนที่ Highlight สีแดง ไม่ต้องตั้ง ) ไม่ต้องมานั่งงง นั่งสับสนกับการเหลื่อมเวลา การตั้งเวลาจะครบรอบอย่างลงตัวพอดี ดูเข้าใจได้ทันที ง่าย สะดวก

หากว่าท่านใช้ Digital Timer รุ่นนี้ สิ่งที่ท่านจะได้ ก็คือ

1.-ท่านสามารถลดการใช้ Timer ได้ 1 ตัว (จากเดิมต้องใช้ 2 ตัว) ทำให้ท่านประหยัดเงินไปกว่า 50%

2.-ประสิทธิภาพทำงานของ Digital Ttimer จะทำงานได้ดีกว่าเดิมมาก  เนื่องจากว่า การทำงานของตัว Chang Over จะสั่งการเปิดปิดอุปกรณ์ทันทีเมื่อถึงเวลาที่ตั้งโปรแกรมเอาไว้ เมื่อ Timer ปิด ตัวChang Over นี้จะสั่งการเปิด Amp อีกตัวทันที จึงไม่จำเป็นต้องมีการตั้งเวลาเหลื่อมกัน 5 นาที 10 นาที  ( ขอย้ำว่า Digital Timer สั่งการเปิด Amp ตัวที่เหลือในทันที เมื่อ Timer ถึงเวลาปิด)   ระบบนี้จึงเป็นระบบที่ดี-เนื่องจากไม่มีช่องว่างของเวลา ไม่ต้องเหลื่อมเวลาเปิด-ปิด ทำให้มีเสียงนกเลี้ยงอยู่ภายในตึกตลอดเวลา เสียงไม่หาย เมื่อไม่มีเสียงอยู่ในตึกอาจจะมีนกแอ่นบางส่วนที่ตกใจ แล้วบินหนีไป ซึ่งเป็นการเสียโอกาสมาก เพราะว่ากว่านกจะตัดสินใจมาอยู่ต้องใช้เวลาสำรวจบ้านอยู่นาน หลายครั้งกว่าจะตัดสินใจมาอยู่จริง แต่เมื่อนกเริ่มเข้ามาอยู่แล้ว กลับจะต้องเสียนกไป หรือ ต้องมาตกม้าตาย นกหนีไปเพราะการเหลื่อมเวลา ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายจริงๆๆ ครับ

หากว่าท่านเปลี่ยนมาใช้ Digital Timer รุ่นนี้  จะทำให้ท่านมั่นใจได้ว่าภายในตึกของท่านจะมีเสียงนกตลอดเวลา ตึกไม่เงียบ นกไม่หนี อย่างแน่นอน 

3.-การตั้งเวลาเปิดปิด ทำได้ง่ายขึ้น เพราะว่าใช้ Timer ตัวเดียว จึงไม่เกิดความผิดพลาดจากการตั้งโปรแกรมเปิดปิด และไม่ทำให้เกิดความสับสนเลย พร้อมทั้งยังสามารถสั่งเปิดปิดได้หลากหลายรูปแบบ เช่น
   สั่ง Amp1 เปิด 45 นาทีแล้วปิด จากนั้นให้ Amp2 เปิดอีก 1.30 ชม. อย่างนี้ก็ทำได้ ไม่ต้องเปิดด้วยเวลาที่เท่ากันอย่างที่เคยๆทำกัน
   หรือจะเป็น Amp1 เปิด 20 นาที และ เมื่อถึงเวลาปิด  Amp2 จะถูกเปิดนาน  50 นาที  จากนั้นก็วนกับไป Amp1 อีก 100 นาที แล้วให้ Amp2 เปิดอีกแค่ 35 นาที อย่างนี้ก็สามารถทำได้ และง่ายกว่าเพราะว่าสามารถโปรแกรมการเปิด-ปิดที่ตัวใดตัวหนึ่งเพียงตัวเดียวเท่านั้น จึงสามารถตั้งโปรแกรมที่ตามตัวอย่างที่เห็น ซึ่งออกจะยุ่งยากซับซ้อน แต่ว่าสามารถตั้งได้โดยง่าย ไม่ทำให้เกิดความสับสน และไม่ต้องคอยมานั่งวิตก กลัวไปตั้งเวลาชนกับ Timer ที่เหลืออีกตัวหนึ่งเลย
 สำหรับ Digital Timer รุ่นนี้อยากจะตั้งหรือปรับเปลี่ยนการตั้งเวลาอย่างไร เท่าไหร่ หรือ เมื่อไหร่ก็ทำได้โดยไม่ยุ่งยาก  หรือแม้กระทั่งจะตั้ง Amp1 เปิด 1 นาทีแล้วปิด จากนั้นนจึงสั่งเเปิด Amp2 ยาว 168 ชั่วโมง ( 1 อาทิตย์ ) ก็ยังสามารถทำได้  และได้อย่างง่ายๆๆ ไม่สับสน  ..... ลูกเล่นเค้าเยอะ .....
 
4.-ตัดปัญหาเรื่อง Timer เปิดชนกัน 2 ตัว เนื่องจาก Ditital Timer รุ่นนี้ใช้ตัว Change Over เพียงตัวเดียว จึงจะเป็นสะพานไฟให้กับ Amp ได้เพียง 1 เครื่องในขณะใดขณะหนึ่งเท่านั้น จึงไม่มีโอกาสที่จะเปิด Amp ให้ทำงานพร้อมๆกัน 2 ตัวได้ หากเทียบกับระบบเก่าที่จะต้องใช้ Timer 2 ตัวในการควบคุม

 ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ที่เปิด Timer 2 ตัวชนกัน จนทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าเสียหาย จะไม่มีทางเกิดขึ้นเมื่อใช้  Digital Timer รุ่นนี้เลยครับ 

5.-Digital Timer นี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าได้หลากหลายชนิดที่สามารถนำมาใช้ในงานบ้านนกได้ครบถ้วน เช่นเลือกช่วงเวลาที่จะควบคุมการทำงานของ Cooling Pad 6 ชม สลับกับ Blade Humidifier 20 นาที  , หรือจะควบคุมการเปิดปิดของระบบพัดลมดูดอากาศก็ได้ เช่นสั่งให้ดูดอากาศที่เย็นและชื้นในตอนเช้า และสลับไปดูดอากาศร้อนออกจากตึกในช่วงบ่ายถึงค่ำก็ได้ , รวมทั้งควบคุมสั่งเปิดพ่นความชื้นจาก Fogging Nozzle (ระบบรางน้ำ) - 20 นาทีแล้วหยุด จากนั้นสั่งให้เปิดพัดลม 10 นาที เพื่อทำให้เกิดการหมุนเวียนอากาศภายในตึก พร้อมทั้งเป็นการกระจายความชื้นให้ทั่วถึงในทุกๆจุด อย่างนี้ก็สามารถทำได้ ซึ่งนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายประเภทจริงๆ   ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวนี้ อย่าลืมว่าใช้ Digital Timer รุ่นนี้เพียงตัวเดียวในการควบคุม ระบบเปิดปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ และ อาจจะเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต่างชนิดกันเพื่อเพิ่มประสิทธิการควบคุมสภาพแวดล้อมภายในบ้านได้สอดรับต่อเนื่องได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ   


  Digital Timer ตัวนี้ผมสั่งเข้ามา ขาย ครับ
 
ราคาอยู่ที่ตัวละ 1,250 บาท และเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้หลายๆคนได้ทดลองใช้ ผมจะขายให้ในราคาเพียง 890 บาท ราคาเบา สำหรับ 100 ตัวแรกเท่านั้นครับ  ต้องรีบกันหน่อยครับมีของให้ทดลองไม่มากเพียง 100 ตัวเท่านั้น  
 
ด้วยลักษณะต่างๆที่โดดเด่นเช่นนี้ มีประสิทธิมากขนาดนี้ ในราคาเบาๆ เพียง 890 บาท มีความคุ้มค่าในการลงทุนเป็นอย่างมาก เรียกว่าคุ้มเกินตัว และที่สำคัญคือ ราคาไม่ได้แพงอย่างที่คิดกันเลย แล้วคุณจะมีความสุขที่ได้ตัดสินใจใช้ Timer รุ่นนี้ มากๆๆๆ


  สนใจโทรคุยหรือสอบถามได้ที่หมายเลขโทร 081-318-1361 

 
------------------------------------------------

ขอนำ Specfication ของ Timer รุ่นนี้มาลงอีกครั้งนะครับ

1.-มีความละเอียดในการตั้งการเปิดปิดห่างกันได้ 1 นาที ซึ่งถึงว่าละเอียดมากและยังสามารถต้องความห่างได้นานถึง 168 ชั่วโมง ( 1 อาทิตย์ )

2.-มีโปรแกรมตั้งการเปิดปิดได้ถึง 16 โปรแกรม ซึ่งหากว่านับแบบ NO NC รวมเข้าด้วยกันแล้วจะได้โปรแกรมการเปิด-ปิดทำงานมากถึง 32 โปรแกรม ไม่นับรวมลูกเล่นอื่นๆที่มี (แบบรุ่นเก่าๆแบบมีปลั๊กในตัว จะมีอย่างมากแค่ 8 โปรแกรม)

3.-ค่าความคลาดเคลื่อน น้อยกว่า 0.5 วินาที (ไม่ใช่ 5 วินาที ย้ำว่า 0.5 วินาที) ต่อวัน น้อยมากครับ

4.-มี Battery แบบที่ Charge ได้และสามารถสำรองไฟฟ้าได้มากกว่า 20 วัน จึงไม่มีปัญหาเวลาคลาดเคลื่อนเนื่องจากไฟฟ้าดับได้ อายุ Battery หลักจะมีอายุการใช้งานนานมาก

5.-อายุการใช้งาน แบบ - Electronic อายุการใช้งาน 100,000 ครั้ง และแบบ - Machanical 10 ล้าน ครั้ง
6.-ตัว Changer 1 ตัว ซึ่งทำงานคล้ายการทำงานแบบ NC NO

7.-Timer ตัวนี้สามารถรับ Load หรือทนกระแสได้ 16 แอมป์ รองรับ Blade Humidifier ได้ถึง 9 ตัว โดยไม่ต้องเพิ่ม Magnetic แต่อย่างไร

8,-มีไฟสีแดงที่แสดงสถานะเมื่อ Timer ทำงานตามโปรแกรมที่ตั้งไว้
9.-มีฝาครอบปิดหน้าปัด เพื่อป้องกันการแก้ไขโปรแกรมโดยไม่ตั้งใจ

                                                                                 Vuthmail-Thailand
                                                                                         11.02.55

7/1/55

คุณสมบัติกล่อง VM15A

ห่างหายการเขียนบทความไปนานมาก เนื่องจากหลายประเด็น น้ำท่วมเป็นหลัก ซึ่งต้องทำการเก็บกวาดซากต่างๆ ซ่อมแซมเครื่องจักร ทำความสะอาดบ้านเรือน แล้วก็งานเอกสารต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นงานที่จะ
ต้องใช้เวลาทั้งนั้นครับ ซึ่งห่างหายจากการเขียนบทความ และประกอบกับความเกลียดคร้าน จึงมีการทิ้งช่วงไปนานพอสมควร

เมื่อหลายวันก่อน ผมได้ลงรูปกล่อง VM15A ซึ่งผมได้ติดไว้ว่าจะมาอธิบายความสามารถของเจ้ากล่องตัวนี้ และ ความโดดเด่นเรื่องของการใช้กล่องตัว VM15A นี้ช่วยแก้ปัญหาของบ้านนกซึ่งใช้การต่อลำโพงแบบขนานจำนวนมากๆ เดี๋ยวเรามาดูจากภายนอกกันก่อนนะครับ


















-----------------------------------------



  รูปลักษณะภายนอก ประกอบด้วย  

1.-Digital Timer เป็นตัวตัดต่อ สลับระบบการเปิด-ปิด Amp จำนวน 2 ชุด โดยใช้เพียง Main ลำโพงที่เข้าห้องนกเพียงชุดเดียว เปิดปิดสลับกันตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับเสียงภายใน และ อาจจะปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลายรูปแบบ ตามความเหมาะสมของเจ้าของบ้านนก ซึ่งมีการ Style หลากหลายแตกต่างกันไป

2.-ปลั๊กสำหรับรองรับการทำงานของ Amp ของอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องการเช่น Amp , เครื่องเล่น DVD , หรือบางคนบางท่านอาจจะยังสามารถติดพัดลมเพื่อระบายความร้อนได้อีกด้วย ให้ค่อนข้างครบ และครอบคลุมการกับเครื่องเล่นทั้งรุ่นเก่า และรุ่นใหม่ๆ อย่างปัจจุบันที่ใช้ ThumDrive ที่มาพร้อมกับ Ampifier เลยสะดวกมากๆ

3.-ช่อง Input สำหรับการรับสัญญาณเสียงจาก Amp ทั้ง 2 ตัวที่เปิดสลับกัน และ ยังมีช่อง Output จำนวนมากที่สามารถรองรับการต่อ Main ลำโพงในบ้านนกได้ถึง 6 ช่องออก ซึ่งหากว่าท่านใดต้องการช่อง Output มากกว่านี้ก็สามารถบอกได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบหลักๆที่สำคัญๆ

อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วนะครับหากว่าท่านใช้ Amp จำนวน 2 ตัวแต่ว่ามีสายเมนที่เข้าห้องนกเพียงชุดเดียว (ไม่จำเป็นต้องเดินสายเมนลำโพงชุดที่ 2 ) ซึ่งระบบนี้จะเป็นระบบที่นิยมกันมากเพราะว่าสามารถลดงานการเดินสายลำโพงชุดที่ 2 ได้เป็นอย่างมากๆๆ ซึ่งหลักการนี้จะมี Timer เป็นตัวพระเอก เป็นตัวที่สับรางให้มีการเปิดปิดเป็นไปอย่างถูกต้อง ซึ่งหลายคนหลายท่านจะใช้ Timer แตกต่างกัน ทั้งแบบ Analog และแบบ Digital ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของแต่ละคน แต่ตัวผมเองนั้นออกจะชอบแบบ Digital มากเพราะว่ามีความแม่นยำสูง ผิดพลาดน้อย อีกทั้งมีลูกเล่นในการตั้งเวลามากความละเอียดของการตั้งก็มีมากกว่า

Digital Timer ตัวนี้เป็น Timer ที่ผมคิดว่าโดดเด่นมากในความสามารถด้านการทำงานแบบ Digital  ซึ่งโดยทั่วไปย่อมมีประสิทธิภาพที่ให้ความมั่นใจได้มากกว่าระบบ Analog ที่ยังขาดความแม่นยำ เที่ยงตรง น่าจะเป็นรองอยู่พอประมาณ




คุณลักษณะเด่นๆของ Digital timer VM15A มีหลายข้อด้วยกัน ดังต่อไปนี้คือ

1.-มีความละเอียดในการตั้งการเปิดปิดห่างกันได้ 1 นาที ซึ่งถึงว่าละเอียดมากและยังสามารถต้องความห่างได้นานถึง 168 ชั่วโมง

2.-มีโปรแกรมตั้งการเปิดปิดได้ถึง 16 โปรแกรม ซึ่งหากว่านับแบบ NO NC รวมเข้าด้วยกันแล้วจะได้โปรแกรมการเปิด-ปิดทำงานมากถึง 32 โปรแกรม ไม่นับรวมลูกเล่นอื่นๆที่มี (แบบรุ่นเก่าๆแบบมีปลั๊กในตัว จะมีอย่างมากแค่ 8 โปรแกรม) 

3.-ค่าความคลาดเคลื่อน น้อยกว่า 0.5 วินาที (ไม่ใช่ 5 วินาที ย้ำว่า 0.5 วินาที) ต่อวัน น้อยมากครับ

4.-มี Battery แบบที่ Charge ได้และสามารถสำรองไฟฟ้าได้มากกว่า 20 วัน จึงไม่มีปัญหาเวลาคลาดเคลื่อนเนื่องจากไฟฟ้าดับได้ อายุ Battery หลักจะมีอายุการใช้งานนานมาก

5.-อายุการใช้งาน ( ซึ่งผมเองก็ยังงงอยู่ไม่แน่ใจว่าทำไมต้องแยกออกเป็น 2 รายการ ซึ่งผมจะหาข้อมูลเพิ่มเติมให้ในภายหลัง  คือแบบ - Electronic อายุการใช้งาน 100,000 ครั้ง และแบบ - Machanical 10 ล้าน ครั้ง

6.-ตัว Changer 1 ตัว ซึ่งทำงานคล้ายการทำงานแบบ NC NO
 NC - Normally Close ซึ่งปกติจะเป็นทางหลักให้ไฟวิ่งผ่านเมื่อ Timer ยังไม่ถึงเวลาที่ตั้งไว้ และซึ่งเมื่อถึงเวลาที่ตั้งไว้ตัว Changer จะเป็นตัวเส้นทางการเชื่อมไฟหรือต่อสะพานไฟไปยังตัว NO ซึ่งเป็นการตัดต่อสัญญาณและไฟ อย่างถูกต้อง ไม่มีการชนกันของ Timer อย่างแน่นอน ซึ่งที่กล้าพูดอย่างนี้เป็นเพราะความสามารถของตัว Changer ที่จะทำงานตามหลักของ NC NO และ Timer ทำให้มีความแน่นอนสูงมากครับ

7.-Timer ตัวนี้สามารถรับ Load หรือทนกระแสได้ 16 แอมป์

8,-มีไฟสีแดงที่แสดงสถานะเมื่อ Timer ทำงานตามโปรแกรมที่ตั้งไว้

9.-มีฝาครอบปิดหน้าปัด เพื่อป้องกันการแก้ไขโปรแกรมโดยไม่ตั้งใจ

ซึ่งจะขอจบบทความของ กล่อง VM15A ไว้ที่ คุณสมบัติของ Digital Timer ตัวนี้ไว้เพียงนี้ก่อน ซึ่ง Timer ตัวนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานได้หลากหลายมากครับ และตามตามกันต่อด้วย Specfication ของ Timer ตัวนี้กันวันหลังนะครับ

                                                                                    Vuthmail-Thailand
                                                                                        07.01.2555

31/12/54

แก้ไขปัญหาการต่อลำโพงแบบขนาน

ผมขอลงรูปกล่องที่ผมออกแบบเพื่อนำไปใช้แก้ปัญาเรื่องการติดลำโพงแบบขนานจำนวนมากในบ้านนก

ขออนุญาติลงแต่รูปไว้ก่อน เดี่ยวว่า่งหน่อยจะกลับมาบอกคุณลักษณะเด่นที่สามารถช่วยแก้ปัญหาเรื่องของระบบเสียงภายในบ้านนกได้ครอบคลุมเกือบเทุกปัญหาในกล่องเดียวครับ  สะดวก ใช้งานง่ายมาก










                                                           ส่งท้ายปีเก่า ปี 2554

                                                         Vuthmail - Thailand
                                                         30.12.2554




6/10/54

การแก้ปัญหาของ VM80 ด้วยตัวท่านเอง

ในช่วงนี้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงรุนแรงมาก แกว่งตัวไปมาอย่างรวดเร็ว ประกอบกับอยู่ในช่วงหน้าฝน 

จึงทำให้มีฝนตกฟ้าคะนอง-ฟ้าผ่า ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายกับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆในบ้านนกของท่านได้  ตัวผมเองได้รับทราบจากหลายๆท่านได้ประสบโดนฟ้าผ่า ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆเสียหาย

โดยเฉพาะทางจันทบุรี ตราด ซึ่งบ้านนนกของคุณ ธรรมพร เกิดโดนฟ้าฝ่าได้รับความเสียหาย ผมจึงได้นำวิธีการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น ซึ่งสามารถซ่อมแซมเองได้ โดยใช้อุปกรณ์พื้นฐานตามที่มีในร้านอิเลคโทรนิคทั่วไป 

อาการที่คุณธรรมพรแจ้งมาก็คือ ไฟ LED ที่ใช้แสดงผลอุณหภูมิความชื้นที่จอหน้าปัด ไม่แสดงค่า หากว่าตัว PCB ไม่เสียหาย ก็ซ่อมแซมจะกระทำได้ง่ายมาก ซึ่งผมพอสรุปอาการที่เป็นปัญหาได้ 2 ประเด็นก็คือ ฟิวส์ในบอร์ดขาด หรือ คาปิซิเตอร์แสดงผลสัทธ์ได้รับความเสียหาย  ดังนั้นแนวทางในการแก้ไข สามารถทำได้ดังนี้คือ

1.-ตัว Fuse ในบอร์ดขาด
2.-ตัว Capacitor 103 อาจจะเสียหาย

ซึ่ง VM80 นี้ถูกออกแบบมาให้สามารถซ่อมแซมเบื้องต้นเองได้ตามร้าน Electronic ทั่วไปครับ ให้ดูรูปการซ่อมแซมในเบื้องต้น ตามรูปประกอบทั้ง 3 รูปด้านล่างนี้นะครับ


รูป 2 รูปแรก นี้เป็นรูปที่แสดงขั้นตอนในการแกะหน้าปัดเอาบอร์ดออกจาก Case





เมื่อแกะหน้าปัดเครื่อง VM80 ออกมาได้แล้ว ก็ให้ดูบริเวณด้านหลังเครื่อง เราจะเป็นตามรูปด้านล่าง ซึ่งชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ เหมือนในรูป การแก้ใขก็ให้ทำตามขั้นตอนด้านล่าง   - ดูรูปประกอบ -




1.-ตัว Fuse ในบอร์ดขาด สามารถแก้ไขได้โดยการเปลี่ยน ฟิวส์หมายเลข GR265 040 หรือ ฟิวส์ที่สามารถทนกระแสได้ 10A เข้าไปใหม่  กรณีที่ Fuse ในบอร์ดไม่เสียหาย ก็จะเป็นที่ตัว Capacitor เบอร์ 103 อาจจะได้รับความเสียหายจากการใช้งาน

2.-ในกรณี Capacitor 103 เสียหาย  ซึ่งการซ่อมแซมจะสามารถทำได้ 2 กรณี คือ
              2.1 - ตัดขา Capacitor ตัวนี้ทิ้งไปเลยทั้ง 2 ขา
              2.2 - หรือเปลี่ยน Capacitor เบอร์ 103 ตัวใหม่แทนที่ของเก่า

เมื่อแก้ไขเปลี่ยนอุปกรณ์ต่างๆเสร็จแล้วก็สามารถนำ Board ใส่กลับเข้าไปใน Case ให้แน่นสนิทเหมือน เดิมแเล้วก็สามารถนำไปใช้งานต่อได้ทันที เป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกมากๆๆ ส่วนโปรแกรมหรือค่าพารามิเตอร์ต่างๆที่เคยตั้งไว้ยังคงใช้ได้เหมือนปกติ  (ของเค้าดีจริงๆ ต้องขอชมโรงงานต่างประเทศที่ผลิต)

หากว่าท่านเคยใช้เครื่องบัดกรี การเปลี่ยนอุปกรณ์เหล่านี้สามารถทำได้เองไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องไปจ้างช่างให้ซ่อมเครื่องให้เสียเงินเสียสตางค์  ซึ่งอาจจะซ่อมไม่ถูกจุด หรือโกงค่าซ่อมแพงๆ ผมจึงได้นำวิธีแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นให้กับผู้ที่ใช้เครื่องควบคุมอุณหภูมิ-ความชื้น VM80 เพื่อจะสามารถใช้งานเครื่องได้อย่างทันท่วงทีเพื่อให้สามารถควมคุมอุณหูมิ-ความชื้นไม่ให้แกว่งไปมาอย่างไร้การควบคุม เพราะสืบเนื่องจากการที่จะต้องส่งเครื่องมาซ่อม หรือ เสียเวลาไปกับการหาช่างซ่อม เพราะบางครั้งกว่าจะหาสาเหตุเจอก็เสียเวลาไปมาก  หรืออาจจะซ่อมไม่ถูกจุดผิดพลาดไปกันใหญ่  เสียทั้งเวลาและเสียโอกาสที่จะควบคุมอุณหภูมิ-ความชื้นไปนั้นเอง

                                                                                               Vuthmail-Thailand
                                                                                                       06.10.54

29/9/54

ประสิทธิภาพที่ลดลง

เนื่องจากผมยังบทความอีกหลายบทความที่ต้องการจะเขียนลง Blog แต่ว่ายังติดอยู่ที่ว่ายังทำเรื่อง Cooling Pad ไม่จบ ก็เลยขอว่าเรื่องของ Cooling Pad ต่อเลยนะครับ

อย่างที่ผมได้กล่าวมาแล้วว่า Cooling Pad จะทำงานได้ดีจะต้องมีอากาศไหลผ่านเข้าและออก หากว่าอากาศไหลเข้าไม่สะดวก ติดๆขัด ประสิทธิภาพในการทำงานก็จะด้อยลงไปมาก ดังนั้นต้องหมั่นดูแลอย่าให้ Cooling Pad เสียหาย หรืออุดตัน ซึ่งหากว่าทั้งเสียหายและอุดตันด้วยแล้ว ประสิทธิภาพก็แย่ลงมากเลย

จาก Clip ที่ว่านี้ เราจะเห็นนะครับว่า Cooling Pad สกปรกมาก เกิดการอุดตันที่ Pad ทำให้อากาศไหลเข้าได้น้อย เมื่ออากาศไหลเข้าน้อย หรือไหลเข้าไม่สะดวก ประสิทธิภาพการลดอุณหภูมิ เพิ่มความชื้นของ Cooling Pad ก็ด้อยลงไปถนัดตา ดังนั้นเราจำเป็นต้องหมั่นดูแลทำความสะอาด ซึ่งอาจจะทำตามใน Clip ของคุณ Zachsoftware ด้วยเครื่องดูดฝุ่น Bullhead Fire (ต้องโฆษณาให้เจ้าของผลิตัณฑ์เค้าหน่อย) ซึ่งต้องขอขอบพระคุณ คุณ Zachsoftware ที่ได้ Upload ไว้บน Youtube





Link ที่มาของ Clip - http://www.youtube.com/watch?v=6sHeyXWgzJo

ปัญหาต่อมาของ Cooling Pad ก็คือการถูกหนูและแมลงสาบกันกิน Pad จนเสียหายเป็นรูกว้าง เนื่องจาก Pad ผลิตมาจาก Cellulose ฟันหนู หรือแมลงสาบกัดกินได้สบายๆ ดังนั้น Cellulose ใน Pad จึงเป็นได้ทั้งแหล่งอาหารและที่หลบซ่อนของหนู,แมลงสาบไปพร้อมกัน ซึ่งหากว่าในบ้านนกของท่านยิ่งมีหนูมาก ก็ยิ่งมีรูหลายรู และสร้างความเสียหายให้กับระบบการควบคุมอุณหภูมิ-ความชื้นภายในบ้านนกมากตามไปด้วย

ต่อมาเรามาลองดูนวตกรรมใหม่ที่ช่วยแก้ปัญหาทั้ง 2 เรื่องนี้ได้ดีพอประมาณ โดยการเปลี่ยนจาก Cooling Pad ที่เป็น Cellulose มาเป็นพลาสติกดูกันบ้างนะครับ

ปัญหาเรื่องของการอุดตัน จะแก้ไขได้สะอาดกว่ามาก ทำไมผมถึงพูดว่าสะอาดกว่ามาก เรามาดูกันใน Clip ตัวนี้ครับ จะเห็นได้เลยว่าทำความสะอาดได้ง่ายกว่า สะดวกกว่า และ ที่สำคัญคือสะอาดมาก



Link อ้างอิง - http://www.youtube.com/watch?v=T9XsR_y6cks&feature=mfu_in_order&list=UL





Link อ้างอิง - http://www.youtube.com/watch?v=LRlqqWBXVpM

ต้องขอขอบพระคุณ คุณชนินทร์ ทับทอง สำหรับ Clip ทั้ง 2 ตัวนี้ด้วยครับ


สำหรับ VDO ด้านล่างนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึง Pad ที่ทำจากพลาสติก จะทนต่อแรงอัดของน้ำแรงดันสูงๆได้ ซึ่งหากว่าเป็น Pad ที่ทำจาก Cellulose จะทนแรงดันของน้ำที่พ่นออกมาได้น้อยกว่าหรือไม่ได้เลย

หลายคนหลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่ามี Pad ที่ทำจากพลาสติก ผมจึงขออนุญาตินำมาเผยแพร่ใน Blog บ้านนกเป็นคนแรกนะครับ เพราะดูแล้วยังไม่มี Blog ไหนได้หยิบยกขึ้นมานำเสนออย่างเป็นทางการ แม้กระทั่ง Blog ของมาเลเซียเองก็ยังไม่มีการกล่าวถึง ผมจึงคิดว่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากกับหลายๆคนหลายๆท่าน จึงได้ติดต่อกับคุณชนินทร์ เจ้าของ Clip เพื่อขออนุญาตินำ Clip ทั้ง 2 ตัวมาลงใน Blog อย่างถูกต้องเมื่อราวๆ 1 เดือนก่อนหน้า และวันนี้ที่นำ Clip มาลงในบทความ ผมก็ได้โทรบอกกล่าวเพิ่มเติมอีกครั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สบายใจได้ครับ

และจากการที่ได้พูดคุยกับคุณชนินทร์ ทำให้ทราบว่า Cooling Pad ที่ผลิตจากพลาสติกนี้ยังมีข้อดีอีกอย่างก็คือ หนูกับแมลงสาบไม่ค่อยชอบกัดกินเท่าไหร่ เพราะว่าคงจะไม่ค่อยเอร็ดอร่อยกระมั่ง ถึงแม้ว่าจะมีรอยกัดเป็นแผล ก็จะเป็นเพียงแผลตื้นๆไม่ถึงกับทะลุ จึงสร้างความเสียหายไว้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และ Pad พลาสติกของคุณชนินทร์สามารถทำความสะอาดได้บ่อยเท่าที่ต้องการ โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายกับ Pad แต่อย่างไร

เป็นธรรมดาของโลกนะครับ เมื่อมีข้อดีบางอย่างก็จะมาพร้อมกับข้อด้อยบางประการ ซึ่ง Pad พลาสติกก็เช่นกัน เมื่อมีข้อดี ก็จะต้องตามมาด้วยข้อด้อยบางประการ ที่ข้อด้อยตัวนี้จะกลับกลายเป็นประโยชน์ที่ซ่อนอยู่ภายใน ซึ่งผมกำลังจะกล่าวถึง ก็คือการให้ความชื้นของ Pad พลาสติกเมื่อเทียบกับ Pad ที่ทำจาก Cellulose แล้วจะให้ความชื้นต่ำกว่าประมาณ 5-7 Rh% โดยเฉลี่ย (ตามปกติแล้ว Pad ที่ผลิตจาก Cellulous จะสร้างความชื้นได้สูงมากถึง 92 Rh% )  ดังนั้นหากว่าดูจากตัวเลข 92 Rh% และค่าเฉลี่ยที่ Pad พลาสติกทำความชื้นได้น้อยกว่า 5-7 Rh%  ซึ่งตัวเลขตั้ง 2 ชุดนี้กำลังจะก่อให้เกิดตัวเลขใหม่ที่น่าสนใจมากก็คือ ในขณะที่ความชื้นของ Pad Cellulose ให้ความชื้นอยู่ที่ระดับ 92 Rh% แต่ว่า Pad พลาสติกจะให้ความชื้นในช่วง 75-85 Rh%  ซึ่งเป็นความชื้นที่นกแอ่นชื่นชอบพอดี

ระดับความชื้นจาก Pad Cellulose ที่ระดับ 92 Rh% หรือมากกว่าเล็กน้อย จะเกิดขึ้นได้เนื่องจากสภาพสิ่งแวดล้อมภายนอกชื้นสูงมาก เมื่อมีฝนตกหนัก ตกต่อเนื่องบ่อยๆ ในช่วงฤดูฝนนี่เองเราจะพบว่าบ่อยครั้งที่ความชื้นของ Pad Cellulose สูงเกินไป จนทำให้ไม้ Plank เกิดราได้ แต่หากว่าเป็น Pad พลาสติกข้อด้อยเรื่อง 5-7 Rh%  นี้เองที่จะไปช่วยลดโอกาสที่จะทำให้เกิดราบนไม้ Plank ได้ โดยส่วนตัวผมมอง Pad พลาสติกจะเริ่มเข้ามามีบทบาทด้วยเงื่อนไขนี้ และ เมื่อราคาสมเหตุสมผลกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ที่ราคายังสูงมากเมื่อเทียบกับ Pad Cellulose

ทำผมการบ้านเรื่อง Cooling Pad มาสักพักใหญ่แล้ว ได้นำเสนอข้อมูลใหม่ๆ ให้เพื่อนๆที่ติดตามอ่าน Blog ได้รับรู้รับทราบมาพอประมาณแล้วครับ ยังขาดแต่เรื่องเทคนิคบางอย่าง  จึงขอยกไปนำเสนอในบทความต่อๆไปในอนาคตอันใกล้นี้

                                                                                  Vuthmail-Thailand
                                                                                          29.09.54