27/1/53

เด็กที่พิการตาบอด แต่ใช้เสียง Click เพื่อบอกตำแหน่ง เหมือนนกแอ่น

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุณ Tweeter นำเอามาลงไว้ใน Web ของเธอนะครับ
ต้องขอแสดงความขอบคุณ คุณ Tweeter และผู้ที่จัดทำเรื่องนี้พร้อมทั้งผู้ที่นำมาลงใน Youtube ด้วยและที่ต้องขอบพระคุณมากที่สุดก็คือน้อง BEN ผู้เป็นเด็กที่พิการทางสายตา ตาบอดสนิท 100% แต่สามารถใช้เสียง Click เพื่อบอกตำแหน่ง และการสร้างภาพจากเสียงที่สะท้อนกลับมา เหมือนนกแอ่น

ซึ่งใน Clip ที่จะทำให้เราเข้าใจในระบบ Echo Location ได้ดีพอประมาณ ซึ่งก็คือภาพแว๊ปๆ ที่เป็นสีดำๆ (ที่น้อง BEN ทำตอนเลิกพิมพ์งานแล้วลุกขึ้นเดินจากห้องนอนเพื่อลงบันไดไปที่ห้องครัวนั่นเอง) ก็คือลักษณะภาพที่เกิดขึ้นกับนกแอ่น และน้องเบนได้มีการพัฒนาทักษะในการหาตำแหน่ง สิ่งของต่างๆรอบตัวได้

ให้ดูซ้ำภาพ Echo Location ที่ BEN ทำ (ช่วงนาทีที่ 2 ถึง 2นาที 45วิ เป็นต้นไป)
ให้สังเกตุการทำเสียง Click ของ BEN ตอนเดินลงบันไดนะครับ ความถี่ของการ Click จะถี่และสั้นกว่า เสียง Click ตอนที่เดินออกจากห้อง เนื่องจากต้องสร้างภาพให้ชัดขึ้นแล้วเป็นการวัดระยะขั้นบันได ส่วนตอนที่เดินอยู่บนถนนโล่งการทำเสียง Click จะห่าง ซึ่งเป็นพื้นฐานเดียวกับที่นกแอ่นใช้เลย





ตอนที่ BEN เดินบนถนนข้างทาง (ช่วงนาทีที่ 2.52 นาที)จะสังเกตุเห็นไม้พาเลซที่วางเกะกะอยู่ข้าง Foot Path น้อง BEN บอกว่าเค้าจะต้องส่งเสียง Click ลงต่ำเพื่อจะทำให้เห็นภาพได้ง่ายและชัดกว่า (ระยะความสูงที่ของ Ben กับถนนจะค่อนข้างคงที่ ทำให้จับสิ่งแปลกปลอมได้ง่ายกว่า ว่ามีอะไรอยู่บนพื้นถนน) และหากว่ามุม Click สูงขึ้นระยะสะท้อนจะเปลี่ยนไป และตำแหน่งของวัสดุต่างๆก็ไม่แน่นอน เช่นป้าย รถที่จอดอยู่ข้างทาง ต้นไม้ หรือบ้าน การ Click ลงต่ำก็จะเป็นการจำกัดวงภาพให้เล็กลง เพื่อความชัดเจนของเสียงสะท้อนที่วิ่งกลับมาแล้วสร้างเป็นภาพให้น้อง BEN เห็น ก็คงจะเป็นพื้นฐานหรือหลักการเดียวกับที่นกแอ่นใช้

ในตอนท้ายๆ BEN สามารถเห็นภาพทะเลที่กว้างใหญ่ เค้าบอกว่า เค้าสามารถเห็นภาพน้ำ (ทะเล) กว้างเป็น Mile แต่เค้าไม่สามารถหาตำแหน่งของแม่เค้าได้ เค้าจึงร้องถามแม่ว่าแม่ยืนอยู่ตรงไหน ทำไมเค้าจึงหาตำแหน่งแม่ของเค้าไม่เจอ อาจเป็นเพราะการแตกตัวของคลื่นที่กระทบฝั่งไปรบกวนระบบ Echo Location ของ BEN ทำให้เค้าไม่สามารถหาพิกัดตำแหน่งที่แม่เค้ายืนอยู่ได้ เค้าจึงต้องร้องถามแม่ว่าอยู่ไหน หรืออาจจะเกิดจากกระแสลมที่พัดเข้าฝั่ง แล้วทำให้ Echo Location ของเค้าสะท้อนกลับได้น้อยกว่าปกติ บวกกับเสียงคลื่นที่ไปรบกวน ก็เป็นได้

และ BEN สามารถรับรู้ถึงตึกที่ใหญ่โตที่อยู่ข้างถนนได้จากการสะท้อนของเสียงรถที่แตกต่างกันได้อีกด้วย เค้าสอบถามแม่ของเค้าว่า เค้าสามารถเห็นตึกได้ รวมทั้งสามารถหลบรถบนถนนได้ พร้อมทั้งรู้ว่ามีรถวิ่งอยู่ห่างออกไปเป็น Mile จากคำพูดของแม่น้อง BEN ในตอนจบ




ตอนที่2 Ben สามารถตรวจจับช่องว่างระหว่างรถ 2 คันได้ พร้อมทั้งเล่นเสก็ต Skatch ผ่านช่องว่างระหว่างรถทั้ง 2 คันได้ เมื่อผ่านไปแล้วก็ยังสามารถเลี้ยวกลับไปบน Foot path แล้วเล่น Skatch ต่อไปได้ จากนั้นก็จะเป็นการทดสอบความสามารถ การได้ยินของ BEN เทียบกับค้างคาวและปลาโลมา การรับฟังของ BEN จะอยู่ที่ระดับ 25 Decible หรือสูงกว่าเท่านั้น (ต่ำกว่านี้ไม่ได้ยิน)แล้วก็พูดถึงระบบ Sonar ในเรือดำ พร้อมทั้งทดสอบความสามารถในการเปรียบเทียบความเหมือนกันของทั้ง 2 อย่าง BEN สามารถทำเสียง Click แล้วบอกความสูงของกล่องได้ แล้วยังมีการให้คนตาบอดอีกคนทำเสียง Click เพื่อทดสอบว่า Ben จะรู้ว่ามีต้นไม้อยู่ตรงหน้าหรือไม่ แต่ BEN ไม่รู้ว่ามีต้นไม้อยู่ตรงหน้า เพราะเป็นเสียง Click ที่ทำโดยบุคคลอื่น(แสดงว่าเสียง Click จะต้องเป็นเสียงที่มีเอกลักษณะ หรือเสียงที่มีความถี่เฉพาะที่ BEN จะรับรู้ได้และสามารถนำไปสร้างเป็นภาพได้)

ตอนนี้เท่าทราบมาก็คือ มีเด็กผิวขาวอีกคนที่ทำได้ และกำลังสอนให้เพื่อนคนตาบอดได้เรียนรู้วิธีการนี้อยู่






ตอนนี้สำคัญครับ มีเชี่ยวชาญตาบอดที่ค้นพบและสามารถทำเสียง Click ได้เช่นกัน เค้าค้นพบ Echo Location ตั้งแต่เด็กๆแล้ว ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เสียตาจากโรคมะเร็งเมื่อตอนเป็นเด็กเช่นกัน
ซึ่ง BEN ยังไม่ยอมรับว่าเค้าจำเป็นที่จะต้องพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีกว่า หรือควรจะเป็นไป BEN ไม่ชอบการใช้ไม้เท้านำทางที่ผู้เชี่ยวชาญพยายามจะสอนให้ BEN ยอมรับไม้เท้านำทางแต่ BEN ปฏิเสธ ซึ่งมีตอนหนึ่ง BEN ไม่สามารถบอกได้ว่าสถานที่ที่อยู่ต่อหน้าเป็นหลุมลึก ซึ่ง Echo Location ของเค้าไม่สามารถจะช่วยเค้าได้หากว่ายังทำตัวเป็นน้ำล้นแก้ว โดยยังไม่ยอมใช้ไม้ทางนำทางอยู่อย่างนี้




                                                                                        I salute all of you

                                                                                       Vuthmail-Thailand

ไม่มีความคิดเห็น: